ประโยชน์ของ น้ำตาล และความหวานที่มีต่อร่างกาย
Share: facebook_share line_share twitter_share messenger_share

ประโยชน์ของ น้ำตาล และความหวานที่มีต่อร่างกาย


น้ำตาล หรือ ความหวานที่มาในรูปแบบน้ำเชื่อม น้ำหวาน หรืออาหารต่าง ๆ ที่มีรสจัด อาจจะส่งผลให้ร่างกายเราเสียได้ทั้งเรื่องของเบาหวาน หรือ น้ำตาล ในเลือดสูง วันนี้เรามาดูผลดีของมันบ้างว่ามีไรบ้าง

 

     น้ำตาล ( Sugar ) คือ สารประกอบคาร์โบไฮเดรตประเภทโมโนแซ็กคาไรด์ ( monosaccharide ) และไดแซ็กคาไรด์ ( disaccharide ) ซึ่งมีรสหวาน โดยทั่วไปจะได้มากจากอ้อย มะพร้าว แต่โดยทั่วไปแล้วจะเรียกอาหารที่มีรสหวานว่า น้ำตาล แทบทั้งสิ้น เช่น ทำมาจากตาลจะเรียกว่าตาลโตนด ทำมาจากมะพร้าวจะเรียกว่าน้ำตาล มะพร้าว ทำมาจากงวงจากจะเรียกว่า น้ำตาล จาก ทำมาจากงบจะเรียกว่า น้ำตาล งบ ทำมาจากอ้อยแต่ยังไม่ได้ทำเป็น น้ำตาล ทรายจะเรียกว่า น้ำตาล ทรายดิบ ถ้านำมาทำเป็นเม็ดจะเรียกว่า น้ำตาล ทราย หรือถ้านำมาทำเป็นก้อนแข็งคล้ายกรวดจะเรียกว่า น้ำตาล กรวด ฯลฯ

     เมื่อพูดถึง น้ำตาล ใคร ๆ ก็ต้องคิดว่ามันมีรสหวาน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ว่า น้ำตาล ทุกชนิดที่จะมีรสหวาน เช่น แล็กโทส ( lactose ) ซึ่งจะมีอยู่ในนมคน หรือ นมวัว เมื่อเราดื่มแล้วจะไม่รู้สึกหวาน แม้จะกินแล็กโทสเพียงอย่างเดียว ความหวานก็ยังมีอยู่อย่างจำกัด

     นอกจากนี้แป้งซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญยังประกอบไปด้วยอนุภาคของกลูโคส 6,500 หน่วย ถ้าไม่มีการสลายตัวจะไม่มีรสหวาน แต่เป็นแหล่งสำคัญของ น้ำตาล ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน เวลาที่รับประทานขนมปัง แป้งจะคลุกเคล้ากับเอนไซม์ในน้ำลาย จนเกิดการสลายตัวทำให้มีรสหวาน คือ มอลโทส ( maltose ) ขึ้น และ ในวันหนึ่ง ๆ ร่างกายของคนเราจะต้องการ น้ำตาล ที่ได้จากอาหารประมาณ 100-400 กรัม ( ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากแป้ง )  น้ำตาล ที่เข้ามาในร่างกายไม่ใช่ว่าจะได้รับการดูดซึมแล้วจะนำไปใช้ได้โดยตรง เพราะนอกจากกลูโคสแล้ว ไม่ว่าจะเป็น น้ำตาล ชนิดใดก็จะต้องถูกออกซิไดซ์ให้กลายเป็นกลูโคสก่อน แล้วจึงจะเปลี่ยนเป็นพลังงานเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ได้

 

น้ำตาล จะมีอยู่ด้วย 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ

  • น้ำตาล โมเลกุลเดี่ยว หรือ โมโนแซ็กคาไรด์ ( monosaccharide ) เช่น กลูโคส ( glucose ), ฟรักโทส ( fructose ), กาแล็กโทส ( galactose )
  • น้ำตาล โมเลกุลคู่ หรือ ไดแซ็กคาไรด์ ( disaccharide ) เช่น ซูโครส ( sucrose ), แล็กโทส ( lactose ), มอลโทส ( maltose )
  • น้ำตาล โมเลกุลใหญ่ หรือ โพลีแซ็กคาไรด์ ( polysaccharide ) เช่น แป้ง ( starch ), ไกลโคเจน ( glycogen ), เซลลูโลส ( cellulose )

 

     ว่ากันด้วยเรื่อง น้ำตาล สารให้ความหวานที่ใคร ๆ ก็ต่างคิดในทางด้านลบว่า อาจจะส่งผลให้เกิดโรคเบาหวานได้ หรือ เสี่ยงน้ำตาลในเลือดสูง ถามว่าจริงไหม ก็ตอบได้เลยว่าจริง แต่กว่าจะไปเป็นแบบนั้น แสดงว่าคุณต้องกินทุกวัน และ กินเยอะมากต่อวัน  เราลบคำว่ากลัวออกไปก่อนเลย วันนี้เรามาดูข้อดูของ น้ำตาล กัน

 

น้ำตาล ทรายแดงช่วยสาว ๆ ที่มีอาการปวดประจำเดือน

     ถึงเวลาที่ความหวานจาก น้ำตาล จะช่วยสาว ๆ ในวันนั้นของเดือนกันแล้ว สำหรับใครมีอาการปวดท้องประจำเดือน ปวดท้องน้อย หรือ มีอาการประจำเดือนเป็นลิ่ม แนะนำให้นำ น้ำตาล ทรายแดงผสมกับน้ำอุ่น ๆ 1 แก้วแล้วดื่ม อาการจะดีขึ้น

 

ทำให้รู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

     เพราะ น้ำตาล เป็นสารที่ให้ความหวาน และ ให้พลังงานแก่ร่างกาย วัดเป็นสัดส่วนดังนี้ น้ำตาล 1 กรัม = พลังงาน 4 แคลอรี ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกสดชื่นกระชุ่มกระชวยเพิ่มขึ้น เหมือนเวลาที่เราดื่มหรือทานอะไรหวาน ๆ แล้วรู้สึกว่าได้พลัง พร้อมลุกขึ้นมาทำอะไรได้แบบกระตือรือร้น

 

น้ำตาล ช่วยรักษาช่องปาก และ ลำคอ

     น้ำตาล เป็นเหมือนยาสมานแผลโดยเฉพาะอาการที่เกิดจากช่องปาก และ ลำคอ ใครที่มีอาการเป็นแผลในปาก มีอาการเจ็บคอ ไอมีเสมหะเป็นสีเหลือง หากมีอาการเช่นนี้ พวก น้ำหวานดอกมะพร้าว ( Coconut Syrup ) หรือ น้ำเชื่อมที่ทำจาก น้ำตาล

 

กลูโคสใน น้ำตาล ต้านโรค

     กลูโคสที่อยู่ใน น้ำตาล ที่เราทานเข้าไปเป็นประจำนี่แหละ มีเรื่องที่ส่งผลดีต่อร่างกายอยู่เหมือนกัน เพราะกลูโคสจะสามารถทำให้ร่างกายมีความต้านทานในโรคติดต่อได้ในระดับที่ดี ในเชิงทางการแพทย์จึงมักนำกลูโคสไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในยารักษาโรคอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

 

น้ำตาล เป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการ

     น้ำตาล ที่เรารู้กันว่ามันอันตราย ที่จริง ๆ แล้วมันคือสารที่ร่างกายต้องกายเพราะ น้ำตาล จะเปลี่ยนเป็นพลังงานในแต่ละวันที่เรากินเข้าไป ทำให้มีแรงในการทำงาน ทำให้เวลาเราง่วงซึมก็ก็ตื่นตัวตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ดีหากเรากินเยอะ ของแถมของ น้ำตาล ก็คือไขมันนั่นเอง

      ถึงแม้ว่า น้ำตาล อาจจะดูอันตราย และ มีข้อเสียที่เยอะ แต่ร่างกายก็ยังจำเป็นต้องได้รับสารอาหารจาก น้ำตาล อยู่ดี เพียงแต่ต้องกิน น้ำตาล ในระดับที่มีความพอดี และ เหมาะสม ไม่ทานมาก หรือ น้อยเกินไปจนทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายได้ ซึ่งการเลือกทานอาหาร และ เครื่องดื่มชนิดใดก็แล้วแต่ ควรหมั่นดูฉลากของสินค้าก่อนเสมอ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อยากของหวานร่างกายไม่ได้ต้องการน้ำตาลอย่างเดียว

ถ้าคุณเครียด ของหวานช่วยแก้ได้นะ

แก้ปวดหัวด้วยการกินหวาน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก tescolotus


Tag :