เป็นเบาหวานกินอย่างไร

Share :

เป็นเบาหวานกินอย่างไร



โรคที่ติดอันดับต้นๆของโลกก็คงไม่พ้นการกินหวาน การกินหวานผลตามมาก็คือน้ำหนักขึ้นและ มีจะโรคตามมาคือ ความดัน โรคอ้วน โรคเบาหวาน ถ้าเราเป็นเบาหวานแล้วการกินเราจะต้องทำกันยังไง

อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน คือ อาหารทั่วไปไม่แตกต่างจากอาหารที่รับประทานจากปกติ แต่เป็นอาหารที่ไม่หวานจัด โดยต้องคำนึงถึงปริมาณและชนิดของแป้งและไขมันเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด รวมถึงการรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารในปริมาณใกล้เคียงกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะปริมาณ คาร์โบไฮเดรตโดยรวม ไม่ต้องงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง ถ้าต้องการลดน้ำหนัก ให้ลดปริมาณอาหารได้ แต่ไม่ควรงดอาหาร เพราะจะหิวและรับประทานมื้อถัดไปมาก ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นๆ ลงๆ หากต้องการลดน้ำหนัก ให้ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลท่านก่อนเพราะอาจจะต้องปรับยาเบาหวานร่วมด้วย

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ น้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำผึ้ง ขนมไทย เบเกอรี่ ผลไม้กระป๋อง ผลไม้ดอง หรือผลไม้หวานจัดอื่นๆ

แล้วถ้าเราอยากจะกินหวานละควรทำอย่างไร

การกินหวานในผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นค่อนข้างที่จะกินยาก นิดหนึ่ง บอกได้เลยว่าถ้าอยากจะกินจริงๆ ก็ต้องหา น้ำตาลหรือ ส่วนผสมอาหารที่ไม่มีผลกระทบต่อโรค เช่น

น้ำตาลดอกมะพร้าว

น้ำตาลดอกมะพร้าวมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ผู้เป็นเบาหวานสามารถรับประทานได้ ใช้ในการปรุงอาหารทั้งคาว หวาน ขนม และเครื่องดื่ม ใช้แทนน้ำตาลโดยไม่เสียรสชาติ ทั้งยังให้ความหอม หวาน กลมกล่อม ไม่ใช้สารเคมี และปราศจากสารกันเสีย ถือเป็นน้ำตาลดีๆ ที่มีประโยชน์และไม่ทำให้อ้วนหรือเสี่ยงเบาหวาน เพราะเป็นน้ำตาลธรรมชาติที่ได้จากการสกัดจากดอกมะพร้าวจึงมีความปลอดภัยและอุดมไปด้วยสารอาหารอย่างครบถ้วน แถมมีแคลอรีต่ำกว่าน้ำตาลทั่วไปอีกด้วย

 

สารอาหารในน้ำตาลตาลดอกมะพร้าว ในน้ำตาลดอกมะพร้าว อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย โดยสารอาหารหลักๆ ได้แก่

 

โพแทสเซียม

          เป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอลโดยตรง แถมยังช่วยควบคุมความดันให้อยู่ในระดับที่ปกติ

 

ธาตุเหล็ก

          เสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายมีความแข็งแรง เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า ลดอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้เป็นอย่างดี และช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงอีกด้วย

 

ทองแดง   

     ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมพลังงานและปรับระบบการขับถ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

อาหารหวาน ที่จะหวานเท่าไรก็ไม่มีน้ำตาล

น้ำมันมะพร้าว

     แม้ว่าน้ำมันมะพร้าวจะมีไขมันอิ่มตัวสูง แต่ก็ช่วยควบคุมอาการอยากน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ชาชะเอม

     ชาชะเอมหรือชาที่มีรสหวานตามธรรมชาติจะช่วยให้ร่างกายได้รับรสหวานโดยไม่ต้องมีน้ำตาลสักเม็ด และไม่เพิ่มแคลอรีด้วย

 

มันหวาน

     แน่นอนว่ามันหวานเป็นสิ่งที่ให้ความหวานแบบธรรมชาติ แถมวิธีปรุงให้อร่อยก็ไม่ยาก อาจจะตัดเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกกับน้ำมันมะพร้าว โรยด้วยผงอบเชยและปาปริกา และเข้าเตาอบ ก็ได้อาหารว่างหวานๆ ไว้รับประทานแล้ว

 

แครอทแท่ง

     แครอทเป็นผักที่กรอบ มีไฟเบอร์สูง และมีความหวานตามธรรมชาติกว่าผักชนิดอื่นๆ แค่หั่นเป็นแท่งๆ แช่ไว้ในตู้เย็น หิวเมื่อไรก็นำออกมาจิ้มกินกับฮุมมุสหรือกัวคาโมเลก็อร่อยไม่น้อยเลย

 

เนยถั่ว

     เนยถั่วเป็นอาหารยอดฮิตสำหรับยุคนี้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอัลมอนด์หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่มีรสหวานตามธรรมชาติอยู่แล้ว แถมยังเต็มไปด้วยไขมันดีและโปรตีน เพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย

 

ดาร์กช็อกโกแลต 85%

     ดาร์กช็อกโกแลตมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก และก็ไม่ใช่เรื่องผิดหากเราจะบริโภคโกโก้คุณภาพดีแทนน้ำตาล นอกจากนี้ ในดาร์กช็อกโกแลต 85% มีน้ำตาลอยู่เพียง 1 ช้อนชาหรือ 100 กรัมเท่านั้น และถ้ายังขมไม่พอ ก็สามารถอัพเลเวลเป็น 90% ได้ด้วย

 

     การที่เรากินหวานนั้นไม่ผิด การที่เราเป็นโรคเบาหวานนั้นก็ไม่ผิดเช่นกัน แต่เมื่อเราเป็นแล้วเราควรที่จะอยู่กับมัน หรือ ปรับตามให้ ดีขึ้น

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก น้ำหวานดอกมะพร้าวออร์แกนิค ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Syrup By ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  padpod

Created : 10-09-2019


บทความที่น่าสนใจ

หวานทานง่าย พฤติกรรมของคน “ติดหวาน” นำไปสู่โรคที่ต้องรู้
เช็คระดับความหวานในตัวคุณ