วิธีลดความอ้วนเพื่อลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน

Share :

วิธีลดความอ้วนเพื่อลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน



     ถึงแม้ว่าโรคเบาหวานจะเป็นโรคที่ไม่รักษาให้ขาดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีวิธีควบคุมอาหารและวิธีลดความอ้วนเพื่อลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน

 

โรคอ้วนเสี่ยงเบาหวาน

โรคอ้วนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่2ได้เพราะไขมันส่วนเกินภายในร่างกายจะถูกย่อยสลายเป็นกรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid) กับกลูโคสและจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดส่งไปยังอวัยวะต่างๆของร่างกาย เมื่อกลูโคสและกรดไขมันอยู่ในกระแสเลือดมากจนเกินไปจะส่งผลให้ตับอ่อนที่มีหน้าที่ผลิตอินซูลินเพื่อช่วยดูดซึมน้ำตาลในเลือดที่เข้าสู่ร่างกายต้องผลิตอินซูลินมากขึ้น จนอาจจะถึงขั้นทำให้ตับอ่อนทำงานหนักขึ้นและถูกทำลายลงไปเรื่อยๆ ถ้ายิ่งภาวะอ้วนลงพุงหรือภาวะเมทาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) เป็นกลุ่มที่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับเมทาบอลิซึมในร่างกาย โดยเซลล์ไขมันบริเวณช่วงเอวหรือหน้าท้องจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อ้วนตรงกลางลำตัวและจะเกิดขึ้นร่วมกับการมีระดับไขมันดี (HDL) ลดลงและมระดับไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เผาผลาญน้ำตาลผิดปกติและระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้น จึงทำให้เสี่ยงต่อการเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานมากขึ้น

 

ลดความอ้วน ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน

การลดความอ้วนนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากเพียงมีวินัยในการกินและออกกำลังกายอยู่อย่างเสมอก็จะเป็นวิธีที่ลดน้ำหนักที่ดีและรักษาน้ำหนักไปตามเกณฑ์ อีกทั้งยังป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ

- ลดไขมันในร่างกาย ไม่ใช่ลดแต่เพียงกล้ามเนื้อ
- อย่าหยุดกินอาหาร แต่ให้เลือกกินสารอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่จากผักและผลไม้
- ลดปริมาณอาหารหรือเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีพลังงานต่ำ
- หลีกเลี่ยงอาหารทอด ผัด และอาหารที่มีไขมัน
- อัตราการลดน้ำหนักที่เหมาะสมในระยะสั้น คือ ใน 1 สัปดาห์ ควรลดน้ำหนักให้ได้ 0.5 – 1 กิโลกรัม และใน 6 เดือน ควรลดให้ได้ 5 – 10% ของน้ำหนักตัวปัจจุบัน
- รักษาน้ำหนักตัวที่ลดลงให้คงที่ไปมากกว่า 1 ปีเพื่อการลดน้ำหนักที่มั่นคง

 

“อาหาร” คุมเบาหวาน

การรับประทานอาหารเป็นเรื่องสำคัญในการคุมโรคเบาหวาน เพียงแค่กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ สัดส่วนและปริมาณที่พอดีหรือรับประทานอาหาร, น้ำหวานดอกมะพร้าว (coconut syrup) ที่มีระดับดัชนีน้ำตาลต่ำ  เพราะโรคเบาหวานนั้นเกิดจากความผิดปกติของของการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินหรือการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนอินซูลินนำให้ร่างกายขอองคุณนั้นไม่สามรถเปลี่ยนน้ำตาลที่ได้รับจากอาหารเปลี่ยนเป็นพลังงานจึงส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ ถ้าเป็นโรคเบาหวานก็อาจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น อาการชาปลายมือปลายเท้า จอประสาทตาเสื่อม ไตวาย จนถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด

- ทานข้าว หรือแป้งที่มีกากใยสูง อย่างข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ ปริมาณ 1 กำมือต่อมื้อ
- ทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันน้อย ไม่ติดมันและหนัง เช่น เนื้อปลา 1-2 อุ้งมือ
- หากไม่ได้ทานเนื้อสัตว์ ควรทานไข่ขาว เต้าหู้ 1 อุ้งมือ
- ในแต่ละมื้อควรรับประทานผักต้มสุกประมาณ 2 อุ้งมือ โดยเน้นผักใบเขียว หลีกเลี่ยงข้าวโพด เผือก มัน ฟักทอง เนื่องจากให้แป้งสูง
- สามารถรับประทานผลไม้ได้ทุกวัน โดยทานวันละ 2-3 กำมือ โดยไม่จิ้มพริกเกลือ แต่ควรหลีกเลี่ยงผลไม้แปรรูปทุกชนิด
- ดื่มนมรสจืดพร่องมันเนยหรือขาดมันเนย 1-2 แก้วต่อวัน หากเป็นนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ ควรเลือกชนิดหวานน้อย 1 แก้วต่อวัน
- ควรหลีกเลี่ยงขนมหวาน ชา และกาแฟ

- เลือกใช้ น้ำหวานดอกมะพร้าว (coconut syrup) เพราะมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน

 

     แค่คุณเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสมและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็ทำให้คุณสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้แล้ว

น้ำหวานดอกมะพร้าวออร์แกนิค ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Syrup By ManNature)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

Created : 08-07-2019


บทความที่น่าสนใจ

น้ำตาลมะพร้าว
น้ำตาลดอกมะพร้าวแตกต่างกับน้ำตาลทรายแดงอย่างไร