“น้ำตาล” สำหรับโรคเบาหวาน

Share :

“น้ำตาล” สำหรับโรคเบาหวาน



     โรคเบาหวานนั้นเป็นโรคที่ติดต่อจากพันธุ์กรรมหรือจากพฤติกรรมการกินอาหารที่มีรสชาติหวานมากเกินไปหรือแป้งที่รับประทานเข้าไปแล้วเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาล แต่หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าน้ำตาลสำหรับโรคเบาหวานก็มีเช่นกัน

 

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 คือ ภาวะที่ร่างกายไม่สร้างฮอร์โมนอินซูลิน เพราะระบบภูมิคุ้มกันไปทำลายเซลล์ที่ตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลิน ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายปกติจะต่อสู่กับเชื้อโรคที่ทำลายเซลล์ในตับอ่อน ทำให้ตับอ่อนหยุดการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน เมื่อร่างกายของคุณไม่มีอินซูลินจะไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานในร่างกายทำให้น้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงกว่าปกติจึงทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ต้องได้รับยาอินซูลินเพื่อให้ร่างกายของคุณนั้นปกติ

 

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 คือ ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้เองหรือร่างกายไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้ประโยชน์ ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ไม่สามารถสร้างอินซูลินได้หรือนำไปใช้ประโยชน์ต่อร่างกายได้จึงทำให้ร่างกายเกิดมีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงผิดปกติ ซึ่งน้ำตาลกลูโคสเป็นแหล่งพลังงานหลักของเซลล์ที่ได้จากการรับประทานอาหาร ฮอร์โมนอินซูลินที่สร้างจากตับอ่อนจะช่วยนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน แต่ในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ร่างกายจะไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงต้องได้รับยาอินซูลินเพื่อให้ร่างกายของคุณปกติ

 

การบวมส่วนปลายของโรคเบาหวาน

การบวมส่วนปลาย (Peripheral edema) คือ การบวมที่เกิดจากการสะสมสารน้ำในเท้า ขา ข้อเท้า โดยอาจจะเกิดเพียงข้างเดียวหรือสองข้าง แต่ถ้าคุณป่วยเป็นโรคเบาหวานคุณควรต้องระมัดระวังมากกว่าปกติ การบวมเป็นผลมาจากการทำลายเส้นเลือดฝอย หรือ การมีความดันเพิ่มขึ้นทำให้มีสารน้ำรั่วจาเส้นเลือดออกมาสู่เนื้อเยื่อจึงทำให้เกิดอาการบวม ผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องการไหลเวียนเลือด ซึ่งอาจจะทำให้แผลที่เกิดขึ้นหายช้าลงหรือไม่หายไปเลย การบวมจึงทำให้แผลหายยากขึ้น

 

สาเหตุการบวมส่วนปลายของโรคเบาหวาน

สาเหตุทีทำให้เกิดโรคนี้มีหลายสาเหตุที่จะเป็นการบวมส่วนปลายได้ เช่น การไม่ได้ขยับร่างกาย การผ่าตัด การนั่งและยืนนาน ๆ การบวมส่วนปลายนี้อาจเกิดเพียงข้างเดียวเพราะเกิดจากลิ่มเลือดอุดตันของเส้นเลือดดำ (Deep venous thrombosis-DVT) การอักเสบของเนื้อเยื่อ (Cellulitis) การอักเสบของกระดูกและกล้ามเนื้อ (Osteomyelitis) อุบัติเหตุ หรือ การอุดตันระบบหมุนเวียนน้ำเหลือง ภาวะนี้ยังร่วมกับภาวะอันตรายอื่น ๆ ร่วมกับโรคเบาหวานได้ด้วย เช่น โรคหัวใจ โรคตับและไต ยารักษาโรคเบาหวานบางชนิดก็ทำให้เกิดอาการบวมได้เช่นกัน ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจหรือหัวใจวายได้มากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า เมื่อเกิดอาการบวมควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

 

อาการการบวมส่วนปลายของโรคเบาหวาน

- ผิวหนังตึงหรือมันวาว

- บวม

- การบวมที่กดบุ๋มหรือไม่บุ๋มจะบอกสาเหตุของการเกิดการบวม

 

วิธีการรักษาของโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งแนวทางการรักษามีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ คือ

 

1.การรักษาโรคเบาหวานตามแพทย์แผนปัจจุบัน

การรักษาโรคเบาหวานตามแพทย์ปัจจุบัน คือ แพทย์จะให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานรับประทานยาหรือฉีดอินซูลินเข้าสู่กระแสเลือดขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค ซึ่งการรับประทานยาและฉีดอินซูลินนั้นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างมีวินัยและไม่ขาด ถ้าท่านใดมีอาการที่รุนแรงขึ้นเพราะอาจจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

 

2.การรักษาโรคเบาหวานตามธรรมชาติบำบัด

การรักษาโรคเบาหวานตามธรรมชาติบำบัด คือ วิธีการที่ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปและเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานในระยะแรกหรือผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงมากนัก โดยวิธีธรรมชาติบำบัดช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยได้เป็นอย่างมากและทำควบคู่กับการรับประทานยาและฉีดอินซูลินด้วยจะยิ่งทำให้ได้ผลดีมากกว่าเดิมด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

- การควบคุมเมนูอาหาร

ผู้ป่วยเบาหวานไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนกับคนปกติทั่วไป ซึ่งจะต้องหลีกเลี่ยงอาหารต้องห้ามและเสริมด้วยอาหารที่มีประโยชน์เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นหรือรับประทานอาหารที่ช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น อบเชย มะระขี้นก ตำลึง

 

- เลือกทานน้ำตาลที่เหมาะสม

ผู้ป่วยโรคเบาหวานบางรายอาจจะโหยหาความหวาน จริง ๆ แล้วน้ำตาลธรรมชาติอย่าง น้ำตาลดอกมะพร้าว (coconut syrup) นั้นมีดัชนีน้ำตาลที่ต่ำ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 สามารถรับประทานได้ เพราะน้ำตาลดอกมะพร้าว (coconut syrup) จะไม่ไปทำให้ระดับน้ำตาลของคุณสูงเหมือนน้ำตาลชนิดอื่น ๆ

 

- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ดีทั้งบุคคลปกติและผู้ป่วยโรคเบาหวานเพราะผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง การออกกำลังกายนำพลังงานออกไปใช้เป็นวิธีที่ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้

 

- ทำจิตใจให้สบาย

ความกลัวหรือความกังวลอาจจะทำให้ภาวะน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้น ดังนั้นคุณควรทำจิตใจให้สบายเพราะพื้นฐานจิตใจที่ดีช่วยให้คุณภาพชีวิตของคุณดีอยู่แล้ว

 

     การบำบัดรักษาทางธรรมชาติก็ถือว่าเป็นสิ่งใกล้ตัวที่สามารถทำได้ง่าย ๆ เพราะเรื่องอาหารการกินเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แค่คุณเลือกคุณภาพชีวิตของคุณก็จะดีขึ้น

น้ำหวานดอกมะพร้าวออร์แกนิค ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Syrup By ManNature)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

Created : 02-07-2019


บทความที่น่าสนใจ

“เครื่องดื่มยอดฮิต” สาเหตุ “นิ่วในไต”?
น้ำหวานดอกมะพร้าว อีกทางเลือกที่ให้ความหวาน